วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557


“กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง” ประกาศชัยชนะในการรณรงค์
หยุดขายปลานกแก้ว





             ภายหลังจากที่นักอนุรักษ์สัตว์ทะเลซึ่งรวมตัวกันในชื่อว่า "กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง" ได้เริ่มการรณรงค์ออนไลน์ทางเว็บไซต์ Change.org เมื่อวันที่ 21 ก.ค.57 เพื่อเรียกร้องให้ห้างร้านขนาดใหญ่หยุดขาย "ปลานกแก้ว" ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล ล่าสุดทางกลุ่มได้ประกาศชัยชนะในการรณรงค์หลังจากห้างใหญ่ 5 แห่งมีนโยบายหยุดขายปลานกแก้วทุกรูปแบบ
            กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการังระบุว่า ห้างที่ประกาศหยุดขายปลานกแก้ว ได้แก่ เทสโก โลตัส , แมคโคร, ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเครือเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ และ วิลล่า มาร์เก็ต

"สำหรับผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์ทะเลมานาน นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีโดยไม่ต้องรอมาตรการจากภาครัฐ ถือเป็นการแสดงเจตนาร่วมกันของสังคม นอกจากนี้หนึ่งในผู้จัดส่งอาหารทะเลรายใหญ่ ธรรมชาติซีฟู้ด ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งปลานกแก้วให้กับร้านค้าปลีกกว่า 123 แห่ง ก็ได้ประกาศยุติการรับซื้อและจัดส่งปลานกแก้วเช่นกัน" กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง หรือ Reef Guardian Thailand ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ www.change.org/saveparrotfish "แม้จะยังไม่ใช่แก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ แต่เราเชื่อว่าการรณรงค์ดังกล่าวได้ทำให้คนทั่วไปได้ทราบถึงคุณค่าของปลานกแก้วอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอย่างถูกวิธี"

โดยระหว่างวันที่ 21 ก.ค.57-4 ส.ค.57 มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวกว่า 23,000 รายชื่อ

"การรณรงค์เรื่องนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแค่นึกสงสารปลานกแก้ว ซึ่งเป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม แต่ต้องการให้สังคมมีความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของปลานกแก้วต่อระบบนิเวศปะการัง ซึ่งในฐานะมนุษย์ เราสามารถช่วยเหลือแนวปะการังได้มากมาย โดยเฉพาะการหยุดจับปลาตามแนวปะการัง หยุดการพัฒนาชายฝั่งที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการท่องเที่ยวแบบไม่รับผิดชอบ" แถลงการณ์ของกลุ่มระบุ

"การรณรงค์ครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการทำให้คนเมืองและห้างร้านต่างๆ ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคอย่างไม่พิจารณา เพราะในระบบนิเวศทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกัน รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนในเมืองที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและรุนแรงไปถึงท้องทะเล รวมไปถึงการชี้ให้เห็นช่องโหว่ของกฎหมายที่ยังไม่ให้การคุ้มครองปลาในแนวปะการังที่อาจถูกลักลอบจับมาอย่างผิดกฎหมาย"


อ้างอิง: http://news.thaipbs.or.th/content ข่าวสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น