กรมชลฯมั่นใจเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่ขาดแคลนน้ำ
กรมอุตุนิยมวิทยาเผยวันนี้ (15 ส.ค.2557) ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีการกระจายตัวของฝนค่อนข้างที่จะดีและยังมีฝนตกหนักบางแห่งได้ ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 มั่นใจว่าสิ้นฤดูฝน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะมีน้ำกักเก็บเต็มความจุของเขื่อน
ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณของประเทศเมียนมาร์ ลาวและเวียดนามตอนบน ยังทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันนี้ (15 ส.ค.2557) ยังอาจมีฝนตกหนักบางแห่งได้ ภาคเหนือจังหวัดที่ต้องระวัง คือ จ.แม่ฮ่องสอน, จ.เชียงใหม่, จ.เชียงราย, จ.พะเยา, จ.น่าน และ จ.ตาก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องระวัง คือ จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ, จ.อุดรธานี, จ.สกลนคร และ จ.นครพนม ทำให้พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมเช่น อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ที่ถูกน้ำท่วมมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากระบายลงสู่แม่น้ำโขงไม่ทัน บางจุดระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร 50 เซนติเมตร ส่งผลให้ต้นข้าวเริ่มเน่า สถานการณ์อาจจะยังไม่คลี่คลายเพราะยังมีโอกาสที่จะมีน้ำมาเพิ่มเติมในพื้นที่ได้
ส่วนภาคอื่นวันนี้มีการกระจายตัวของฝนร้อยละ 30-60 ของพื้นที่เหมือนเมื่อวานนี้ (14 ส.ค.2557) แต่ไม่มีพื้นที่ฝนตกหนัก สำหรับ จ.ปทุมธานี ที่ยังมีการค้นหาร่างผู้ที่สูญหายจากเหตุการณ์ตึกถล่ม วันนี้ยังมีการกระจายตัวของฝนค่อนข้างดี โอกาสที่จะมีฝนตกยังคงอยู่ในช่วงเย็นถึงค่ำ และช่วงที่น้ำในเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์มีน้อย การผลักดันน้ำเค็มจึงต้องมีการใช้น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแห่งนี้เริ่มมีน้อยตามไปด้วย แต่ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 มั่นใจว่า สิ้นฤดูฝนเขื่อนแห่งนี้จะมีน้ำกักเก็บเต็มความจุของเขื่อน
ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีน้อย ทำให้สามารถสังเกตเห็นหมู่บ้านเก่าที่ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน ระดับน้ำในช่วงเดือนกรกฎาคม 2557 เป็นระดับน้ำที่ต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี ตั้งแต่มีการกักเก็บน้ำ เพราะนอกจากฝนจะตกน้อย เขื่อนแห่งนี้ยังต้องระบายน้ำไปช่วยผลักดันน้ำเค็ม แม้ตอนนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้จริงร้อยละ 12 ของความจุเขื่อน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย แต่จากกราฟปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ช่วงปี 2549-2556 พบว่า ระดับน้ำจะเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ทำให้ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 มั่นใจว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ
แม้ฤดูฝนจะผ่านมาเกือบครึ่งทางและยังมีน้ำในเขื่อนนี้ไม่มาก เพราะยังสามารถรับน้ำได้อีก 845 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่โดยปกติช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ที่มีมรสุมหรือร่องฝนพาดผ่านบริเวณของพื้นที่ภาคกลางและอาจจะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จะเป็นช่วงที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากที่สุดของปี ทำให้ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 มั่นใจว่า เมื่อสิ้นฤดูฝนเขื่อนแห่งนี้จะกักเก็บน้ำได้เต็มความจุ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร
รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต มีความเห็นที่สอดคล้องกันกับผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 10 ว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนน้ำ เพราะเป็นเขื่อนขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ เพราะถ้ายังมีฝนตกใกล้เคียงกับช่วงนี้ รศ.เสรี คาดการณ์ว่า เขื่อนใหญ่ทั้ง 2 อาจจะมีน้ำต้นทุนรวมกันประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลต่อการทำนาในปี 2558
อ้างอิง : http://news.thaipbs.or.th/content/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น