วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดงพญาเย็น-เขาใหญ่! มรดกโลกภาวะอันตราย

         


          คณะกรรมการมรดกโลก ยังไม่มีการลงมติให้ 'กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่' ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลก
ในภาวะอันตรายโดย ขอให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาแผนปฏิบัติการและมาตรการร่วมกับประเทศที่เกียวข้อง  หยุดยั้งค้าไม้พะยูง!!

          นายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีรักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า ขอขอบคุณคณะผู้แทนไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยชี้แจงต่อที่ประชุม คณะกรรมการมรดกโลก ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 15-20 มิถุนายนที่ผ่านมา จนทำให้ภาคีสมาชิกมากกว่า 2 ใน 3 จากจำนวนทั้งหมด 21 ประเทศ ยังไม่มีการลงมติให้ กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย จากเหตุผลหลัก 2 ประเด็น คือ 1.มีการลักลอบตัดไม้พะยูงจนเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก และ 2.มีการบุกรุกพื้นที่โดยรอบเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ต อันจะเป็นการทำให้เสี่ยงต่อคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

         อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมรดกโลก ขอให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาแผนปฏิบัติการ และมาตรการ รวมทั้งประสานงานประเทศที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเวียดนาม ในการหยุดยั้งการค้าไม้พะยูง

          ส่วนกรณีการขยายช่องทางจราจรของทางหลวงหมายเลข 304 ทางคณะกรรมการฯ เน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการบังคับใช้การควบคุมความเร็วยานพาหนะ และเร่งรัดให้ประเทศไทยห้ามอนุญาตขยายช่องทางการจราจรทางหลวงหมายเลข 304 สำหรับกรณีการสร้างเขื่อนห้วยโสมง ในส่วนที่มีการดำเนินการไปแล้วให้ดำเนินการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ทั้งระหว่างก่อสร้างและหลังก่อสร้าง โดยกรมชลประทานและกรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดผลกระทบทางลบต่อคุณค่าความโดดเด่นของพื้นที่มรดกโลก กรณีสุดท้ายคือการพิจารณาการสร้างเขื่อนห้วยสะโตน คณะกรรมการฯ เสนอให้ยกเลิกการสร้างเขื่อนฯ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมสร้างความเสียหายต่อพื้นที่มรดกโลกที่สำคัญ

          นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังมีข้อร้องขอให้ประเทศไทยดำเนินการตามคำแนะนำจากองค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (IUCN) ปี 2557 ในทุกประเด็น โดยเฉพาะแก้ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง ให้มีการลาดตระเวนอย่างสม่ำเสมอ และหามาตรการใหม่ๆ เพื่อลดความต้องการซื้อไม้พะยูง รวมทั้งจัดการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ในทุกรูปแบบ โดยให้ประเทศไทยทำรายงานรวมถึงแผนปฏิบัติการส่งศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อนำกลับมาพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

          สำหรับ รายชื่อคณะผู้แทนไทยในการไปชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ประกอบด้วย 1. นายอภิชาต ชินวรรโณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส หัวหน้าคณะผู้แทนไทย 2.นายวิจารย์ สิมฉายา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.นายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 4.นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 5.นายเชิดเกียรติ อัตถากร รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ 6.นางรวีวรรณ ภูริเดช รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 7. นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง.


อ้างอิง : http://www.thairath.co.th/content/431426

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

คอนกรีตลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต





        ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคนซัส สเตต ในสหรัฐอเมริกา คิดค้นและพัฒนาการใช้ของเหลือจากกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพมาเป็นส่วนผสมในการผลิตคอนกรีตแบบใหม่ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดในกระบวนการผลิตคอนกรีตทั่วไป ซึ่งส่วนผสมดังกล่าวยังช่วยให้คอนกรีตแบบใหม่มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย

        โดยทีมวิจัยใช้ของเหลือที่ได้จากกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงเอทานอลชีวภาพ อย่างเช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ฟาง ฯลฯ เป็นวัตถุดิบแทนปูนซีเมนต์ในขั้นตอนการผลิตคอนกรีต ด้วยวิธีการดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตได้ และยังเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับคอนกรีตชนิดใหม่นี้ด้วย ทั่วโลกมีความต้องการใช้คอนกรีตเกือบ 7 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งขั้นตอนการผลิตคอนกรีตนั้นสร้างก๊าซพิKคาร์บอนไดออกไซด์ 3 – 8 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก ซึ่งการผลิตคอนกรีตชนิดใหม่นี้จะช่วยแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นกับโลกได้

        นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากซิก้า ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในเรื่องของความทนทาน แต่ยังป็นผลิตภัณฑ์และแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับแนวโน้มของการเทคอนกรีตที่ทันสมัย และสามารถตอบสนองต่อข้อเรียกร้องในเรื่องของการรักษาระบบนิเวศอีกด้วย






อ้างอิง:http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=119&cno=4288http://tha.sika.com/

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กทม.เตือนรับมือพายุหมุน กทม.เตือนรับมือพายุหมุนปีนี้รุนแรง






                                  มีคำเตือนจากกรุงเทพมหานครช่วงนี้อาจเกิดพายุหมุนบ่อยครั้ง ประชาชนควรเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนรวมทั้งเลี่ยงจุดเสี่ยง กรุงเทพฯ  กทม.เตือนภัยประชาชนรับมือพายุหมุนเขตร้อน แนะซ่อมแซมบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรงรับแรงลมได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงต่างๆ เผยปีนี้พายุหมุนรุนแรงกว่าทุกปี ล่าสุดเหตุเสาไฟฟ้าล้มที่บางนา-ตราด 40 ต้น เป็นบทเรียนสำคัญ  เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนนี้ พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. แจ้งว่า ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี จะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนและมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมาก ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย ป้ายโฆษณาและต้นไม้โค่นล้ม ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงกำหนดให้มีแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติภัยจากพายุหมุนเขตร้อนของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2557 ขึ้น เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดจากพายุหมุนเขตร้อน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประสานกับองค์กรเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพายุหมุนเขตร้อนหากเกิดขึ้นในช่วงนี้พ.ต.อ.พิชัยกล่าวว่า กทม.ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมการและหลบเลี่ยงอันตรายจากพายุหมุนเขตร้อนและฝนฟ้าคะนอง หากเกิดลมพายุหมุนหรือฝนฟ้าคะนองรุนแรงให้อยู่ห่างจากสิ่งที่อาจโค่นล้มลงมาได้ เช่น ป้ายโฆษณา ต้นไม้ และเสาไฟฟ้า เป็นต้น ควรอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มีความมั่นคงแข็งแรงจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง ถ้าอยู่ในตึกหรืออาคารสูงให้หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ขึ้น-ลง และควรใช้บันไดแทน เนื่องจากอาจเกิดไฟฟ้าดับ ทำให้ติดค้างอยู่ในลิฟต์ได้ กรณีที่อยู่ในที่โล่งแจ้งไม่ควรหลบใต้ต้นไม้หรือเพิงพักที่อยู่โดดเดี่ยว และควรหลีกเลี่ยงหรือระงับการทำกิจกรรมกลางแจ้งทันที เนื่องจากพื้นที่ที่เปียกและวัสดุที่สูงหรืออยู่โดดเดี่ยวจะเป็นสื่อล่อฟ้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้มากขึ้น

                              นอกจากนี้ ควรแนะนำบุตรหลานเด็กเล็กให้อยู่ห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ลวดโลหะ ท่อน้ำ แนวรั้วบ้าน อุปกรณ์ทำสวน เป็นต้น ในกรณีที่พบเห็นสายไฟฟ้าหรือสายโทรศัพท์ชำรุดไม่ควรหยิบจับหรือเข้าใกล้ เพราะอาจเกิดอันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูดได้ และควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาดำเนินการแก้ไข ไม่ควรใส่เครื่องประดับหรือวัตถุโลหะในที่โล่งแจ้งในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ชั่วคราว ควรดูแลสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายนอกบ้านให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยเสมอ โดยเฉพาะโครงสร้างที่ชำรุดเสียหายควรซ่อมแซมให้แข็งแรง ทั้งนี้ หากพบเห็นกิ่งไม้ที่ไม่แข็งแรงพาดอยู่บนสายไฟ หรือพบเห็นสิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่ไม่แข็งแรงและอาจเกิดการโค่นล้มจากพายุได้ ให้รีบแจ้งศูนย์ดับเพลิงและกู้ภัย โทร.199 หรือแจ้งที่สำนักงานเขตท้องที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป "จะเห็นภัยจากพายุลมแรงเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในปีนี้ก็เกิดความเสียหายเนื่องจากลมพายุกระโชกแรงมากกว่าทุกปี ยากต่อการรับมือ เช่น ป้ายโฆษณาล้ม หลังคาปลิว รวมถึงครั้งล่าสุดที่รุนแรงมากคือ กรณีเสาไฟฟ้าบริเวณถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี กิโลเมตรที่ 29-31 เกิดหักโค่นลงมาถึง 40 ต้น กทม.จึงต้องแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงโครงสร้างต่างๆ เอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และพื้นที่กรุงเทพฯ มีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ทำให้ความเสียหายย่อมมากกว่าพื้นที่จังหวัดอื่นอยู่แล้ว" ผอ.สปภ.กล่าว
อ้างอิง: http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news.php

                                                                         ที่มา ไทยโพสต์ ,ข่าวทั่วไป,วันพฤหัสที่ 12 มิถุนายน 2557

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กระตุ้น'รักษ์'สิ่งแวดล้อม



     เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 3 ห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ เอ็ม ฮาร์ท : ติ้ง กรีน นำผลิตภัณฑ์-ผลิตผล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกได้คะแนนสะสม ถึงสิ้นปี 2557 
        

    โดย นงลักษณ์ โลหะมาณพ ผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้กล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า กิจกรรมภายใต้โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อมีส่วนร่วมในวันสิ่งแวดล้อมโลกปี 2557 นี้ มี 2 ส่วน ด้วยกัน โดยส่วนแรกเป็นการกระตุ้น เชิญชวน และสร้างจิตสำนึก ในการลดใช้ถุงพลาสติก ในส่วนที่ 2 เป็นการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด "กรีนมาร์เก็ต" โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีจำหน่ายในห้าง มาออกบู๊ธในงานสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2557 ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย 

  "สำหรับผลิตภัณฑ์สีเขียว หรือกรีนโพรดักท์ หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยซึ่งผลิตภัณฑ์สีเขียวมีคุณสมบัติพิเศษคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตให้พอดีกับความต้องการของผู้บริโภค โดยปราศจากความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย, เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์, เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้อีก, เป็นผลิตภัณฑ์ที่อนุรักษ์พลังงานธรรมชาติ ผลิตแล้วต้องไม่เปลืองพลังงาน, เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภาชนะหีบห่อน้อยที่สุด การออกแบบกล่อง หรือหีบห่อบรรจุ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย, กระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม, ห้ามทารุณกรรมสัตว์ เช่น สุนัข แมวหรือลิงโดยการนำไปสัตว์ทดลองเพื่อวิจัยผลการผลิตสินค้า, ห้ามนำสัตว์สงวนพันธุ์มาผลิตเป็นสินค้าเด็ดขาด หรือมีการทำลายชีวิตสัตว์เหล่านั้นทางอ้อม โดยสรุปคือ ผลิตภัณฑ์สีเขียวจะต้องประกอบหลักการ 4R คือ การลดของเสีย (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำมาปรับใช้ใหม่ (Recycle) และการซ่อมบำรุง (Repair)" ผู้จัดการใหญ่ให้รายละเอียดเป็นการปิดท้าย 



 อ้างอิง: http://www.komchadluek.net/detail/20140605/185830.html

                                       หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ,ข่าวต่างประเทศ.ข่าวทั่วไป,วันพฤหัสที่ 5 มิถุนายน 2557




                      ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หมายถึง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นถึง 0.74-0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจำลองการคาดคะเนภูมิอากาศพบว่าในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้นจากเดิม ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนผิดปกติจนมีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกนี้แล้วก็กลับมาให้เราได้เห็นใหม่ และพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ในอนาคตคาดว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเราสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้หลายวิธี หลักๆก็เห็นจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะว่าพลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้นั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนในการผลิตมากมาย และแต่ละขั้นตอนก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา เพราะฉะนั้นการลดใช้พลังงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้ การใช้น้ำอย่างประหยัด การใช้จักรยานแทนรถยนต์ในการเดินทางใกล้ๆ และอื่นๆอีกมากมาย การปลูกต้นไม้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ อย่างที่เรารู้กันดีว่าในเวลากลางวัน ต้นไม้นั้นจะช่วยหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และหายใจออกมาเป็นก๊าซออกซิเจน เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเราโดยแท้ แต่ทว่าปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายและมีจำนวนลดลงไปอย่างมาก ฉะนั้นถ้าเราทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้ ก็เหมือนกับช่วยเพิ่มเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเรา
อ้างอิง:http://www.youtube.com/watch?v=sgmeWm94_Qc