วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กทม.เตือนรับมือพายุหมุน กทม.เตือนรับมือพายุหมุนปีนี้รุนแรง






                                  มีคำเตือนจากกรุงเทพมหานครช่วงนี้อาจเกิดพายุหมุนบ่อยครั้ง ประชาชนควรเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนรวมทั้งเลี่ยงจุดเสี่ยง กรุงเทพฯ  กทม.เตือนภัยประชาชนรับมือพายุหมุนเขตร้อน แนะซ่อมแซมบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรงรับแรงลมได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงต่างๆ เผยปีนี้พายุหมุนรุนแรงกว่าทุกปี ล่าสุดเหตุเสาไฟฟ้าล้มที่บางนา-ตราด 40 ต้น เป็นบทเรียนสำคัญ  เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนนี้ พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. แจ้งว่า ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี จะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนและมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมาก ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย ป้ายโฆษณาและต้นไม้โค่นล้ม ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงกำหนดให้มีแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติภัยจากพายุหมุนเขตร้อนของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2557 ขึ้น เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดจากพายุหมุนเขตร้อน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประสานกับองค์กรเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพายุหมุนเขตร้อนหากเกิดขึ้นในช่วงนี้พ.ต.อ.พิชัยกล่าวว่า กทม.ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมการและหลบเลี่ยงอันตรายจากพายุหมุนเขตร้อนและฝนฟ้าคะนอง หากเกิดลมพายุหมุนหรือฝนฟ้าคะนองรุนแรงให้อยู่ห่างจากสิ่งที่อาจโค่นล้มลงมาได้ เช่น ป้ายโฆษณา ต้นไม้ และเสาไฟฟ้า เป็นต้น ควรอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่มีความมั่นคงแข็งแรงจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง ถ้าอยู่ในตึกหรืออาคารสูงให้หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ขึ้น-ลง และควรใช้บันไดแทน เนื่องจากอาจเกิดไฟฟ้าดับ ทำให้ติดค้างอยู่ในลิฟต์ได้ กรณีที่อยู่ในที่โล่งแจ้งไม่ควรหลบใต้ต้นไม้หรือเพิงพักที่อยู่โดดเดี่ยว และควรหลีกเลี่ยงหรือระงับการทำกิจกรรมกลางแจ้งทันที เนื่องจากพื้นที่ที่เปียกและวัสดุที่สูงหรืออยู่โดดเดี่ยวจะเป็นสื่อล่อฟ้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้มากขึ้น

                              นอกจากนี้ ควรแนะนำบุตรหลานเด็กเล็กให้อยู่ห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ลวดโลหะ ท่อน้ำ แนวรั้วบ้าน อุปกรณ์ทำสวน เป็นต้น ในกรณีที่พบเห็นสายไฟฟ้าหรือสายโทรศัพท์ชำรุดไม่ควรหยิบจับหรือเข้าใกล้ เพราะอาจเกิดอันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูดได้ และควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาดำเนินการแก้ไข ไม่ควรใส่เครื่องประดับหรือวัตถุโลหะในที่โล่งแจ้งในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ชั่วคราว ควรดูแลสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายนอกบ้านให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยเสมอ โดยเฉพาะโครงสร้างที่ชำรุดเสียหายควรซ่อมแซมให้แข็งแรง ทั้งนี้ หากพบเห็นกิ่งไม้ที่ไม่แข็งแรงพาดอยู่บนสายไฟ หรือพบเห็นสิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่ไม่แข็งแรงและอาจเกิดการโค่นล้มจากพายุได้ ให้รีบแจ้งศูนย์ดับเพลิงและกู้ภัย โทร.199 หรือแจ้งที่สำนักงานเขตท้องที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป "จะเห็นภัยจากพายุลมแรงเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในปีนี้ก็เกิดความเสียหายเนื่องจากลมพายุกระโชกแรงมากกว่าทุกปี ยากต่อการรับมือ เช่น ป้ายโฆษณาล้ม หลังคาปลิว รวมถึงครั้งล่าสุดที่รุนแรงมากคือ กรณีเสาไฟฟ้าบริเวณถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี กิโลเมตรที่ 29-31 เกิดหักโค่นลงมาถึง 40 ต้น กทม.จึงต้องแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงโครงสร้างต่างๆ เอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และพื้นที่กรุงเทพฯ มีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ทำให้ความเสียหายย่อมมากกว่าพื้นที่จังหวัดอื่นอยู่แล้ว" ผอ.สปภ.กล่าว
อ้างอิง: http://www.en.mahidol.ac.th/thai/news/envi_news.php

                                                                         ที่มา ไทยโพสต์ ,ข่าวทั่วไป,วันพฤหัสที่ 12 มิถุนายน 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น